English Top 1
  • Home
  • เรียนตัวต่อตัว แบบเร่งรัด
    • คอร์สภาษาอังกฤษเด็ก 3–6 ปี
    • ภาษาอังกฤษเด็ก (7–12 ปี)
    • ภาษาอังกฤษวัยรุ่น (13–18 ปี)
    • TOEIC พื้นฐาน
    • TOEIC เทคนิคขั้นสูง
    • TOEIC เร่งรัด
    • คอร์สภาษาอังกฤษเด็ก ผู้ใหญ่ เตรียมสอบ
    • ภาษาอังกฤษธุรกิจ
    • ภาษาอังกฤษเพื่อการสอบ
    • เรียนตัวต่อตัว เน้นสนทนา
    • เรียนภาษาอังกฤษ ตัวต่อตัว (Private)
    • เรียนภาษาอังกฤษ ไม่มีพื้นฐานเลย (ผู้ใหญ่)
  • เกี่ยวกับเรา
  • ติดต่อเรา
No Result
View All Result
  • Home
  • เรียนตัวต่อตัว แบบเร่งรัด
    • คอร์สภาษาอังกฤษเด็ก 3–6 ปี
    • ภาษาอังกฤษเด็ก (7–12 ปี)
    • ภาษาอังกฤษวัยรุ่น (13–18 ปี)
    • TOEIC พื้นฐาน
    • TOEIC เทคนิคขั้นสูง
    • TOEIC เร่งรัด
    • คอร์สภาษาอังกฤษเด็ก ผู้ใหญ่ เตรียมสอบ
    • ภาษาอังกฤษธุรกิจ
    • ภาษาอังกฤษเพื่อการสอบ
    • เรียนตัวต่อตัว เน้นสนทนา
    • เรียนภาษาอังกฤษ ตัวต่อตัว (Private)
    • เรียนภาษาอังกฤษ ไม่มีพื้นฐานเลย (ผู้ใหญ่)
  • เกี่ยวกับเรา
  • ติดต่อเรา
No Result
View All Result
English Top 1
No Result
View All Result
Home บล็อก

เรียนอังกฤษผ่าน YouTube ช่องดังสำหรับมือใหม่ไม่มีพื้นฐาน

มิถุนายน 23, 2026

เรียนอังกฤษผ่าน YouTube ช่องดังสำหรับมือใหม่ไม่มีพื้นฐาน

ทำไม YouTube ถึงเหมาะกับคนไม่มีพื้นฐานภาษาอังกฤษ

ข้อมูลจาก British Council ในปี 2022 ระบุว่าผู้เรียนภาษาที่ใช้สื่อวิดีโอเป็นหลักมีความเข้าใจเนื้อหาเพิ่มขึ้นถึง 67% เมื่อเทียบกับการเรียนจากหนังสือเพียงอย่างเดียว เหตุผลสำคัญคือวิดีโอช่วยให้ผู้เรียนเห็นสีหน้า ริมฝีปาก และบริบทของประโยค ซึ่งจำเป็นมากสำหรับคนที่ไม่มีพื้นฐาน

การเรียนภาษาอังกฤษผ่าน YouTube ยังช่วยลดความกดดัน เพราะผู้เรียนสามารถหยุด ย้อนกลับ หรือดูซ้ำได้ตามต้องการ ไม่เหมือนการเรียนในห้องเรียนที่ต้องตามเพื่อนให้ทัน สำหรับมือใหม่ที่ยังจับต้นชนปลายไม่ถูก การดูคลิปสั้น ๆ 10-15 นาทีต่อวันจะช่วยสร้างความคุ้นเคยกับเสียงและโครงสร้างภาษาโดยไม่รู้สึกว่ากำลังเรียนหนักเกินไป

หลายคนที่เริ่มจากศูนย์มักถามว่าควรเริ่มจากอะไรดี คำตอบคือเริ่มจากช่องที่ใช้ภาษาไทยอธิบายก่อน เพราะสมองของเราจะเชื่อมโยงความรู้ใหม่กับภาษาที่เราถนัดได้ดีกว่า เมื่อเริ่มมั่นใจแล้วค่อยขยับไปช่องที่ใช้ภาษาอังกฤษล้วน

10 ช่อง YouTube ที่คนไม่มีพื้นฐานควรเริ่มดู

จากที่ผมได้ติดตามและแนะนำนักเรียนมาเป็นระยะเวลาหลายปี มีช่องที่เห็นผลจริงและเหมาะกับคนไทยที่ไม่มีพื้นฐานภาษาอังกฤษอยู่หลายช่อง แต่ละช่องมีจุดเด่นแตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับเป้าหมายของผู้เรียน

ช่องที่ใช้ภาษาไทยอธิบาย

English Top 1 – ช่องนี้เน้นการสอนตั้งแต่ระดับเริ่มต้นจริง ๆ อธิบายไวยากรณ์พื้นฐานแบบละเอียด แต่ไม่ยืดเยื้อ เหมาะสำหรับคนที่เคยรู้สึกว่าภาษาอังกฤษเป็นวิชาที่ยาก มีการสอดแทรกเทคนิคการจำที่ใช้ได้จริง นอกจากนี้ยังมีคอร์สออนไลน์ที่สามารถเข้าไปดูเพิ่มเติมได้ที่ englishtop1-th.com ซึ่งออกแบบมาสำหรับผู้ที่ต้องการเรียนแบบมีโครงสร้างชัดเจน

Unfox English – ช่องที่เน้นการออกเสียงและสำเนียงแบบอเมริกัน มีแบบฝึกหัดให้ทำตามระหว่างดูคลิป เหมาะกับคนที่ต้องการพูดให้ฝรั่งฟังเข้าใจ

Kru Wha English – ครูหวามีสไตล์การสอนที่เป็นกันเอง อธิบายเรื่อง tenses และคำศัพท์ที่ใช้ในชีวิตประจำวันได้เข้าใจง่าย มีคลิปสั้น ๆ ที่ดูจบในครั้งเดียว

English by Chris – แม้จะใช้ภาษาอังกฤษเป็นหลัก แต่คริสพูดช้าและชัดเจน มี subtitle ภาษาไทยกำกับให้ เหมาะกับคนที่เริ่มฟังออกบ้างแล้ว

ช่องต่างประเทศที่เหมาะกับมือใหม่

English with Lucy – ลูซี่เป็นครูที่พูดชัดและมีสำเนียงบริติชที่ฟังง่าย เธอมีคลิปสำหรับผู้เริ่มต้นโดยเฉพาะ เช่น การแนะนำตัวเอง หรือคำศัพท์ในชีวิตประจำวัน

BBC Learning English – ช่องนี้มีคอร์สสั้น ๆ ที่เรียกว่า “English In A Minute” ซึ่งเหมาะมากสำหรับคนที่มีสมาธิสั้น เพราะแต่ละคลิปใช้เวลาเพียง 60 วินาที แต่ได้เนื้อหาจริง

Rachel’s English – ถ้าต้องการฝึกออกเสียงแบบอเมริกัน ช่องนี้เป็นตัวเลือกที่ดี ราเชลอธิบายการเคลื่อนที่ของปากและลิ้นอย่างละเอียด

ข้อมูลจาก UNESCO ในปี 2021 ระบุว่าผู้เรียนภาษาที่ใช้สื่อวิดีโอมากกว่า 3 ชั่วโมงต่อสัปดาห์มีอัตราการจำคำศัพท์ใหม่ได้สูงกว่าผู้ที่เรียนจากหนังสือถึง 2 เท่า การเลือกช่องที่ใช่จึงไม่ใช่แค่เรื่องของความชอบ แต่ส่งผลโดยตรงต่อความเร็วในการพัฒนาทักษะ

วิธีเรียนให้ได้ผลจริงสำหรับคนที่เริ่มจากศูนย์

การดู YouTube แล้วหวังว่าภาษาอังกฤษจะดีขึ้นเองนั้นไม่พอ ต้องมีวิธีการที่ถูกต้องด้วย ผมขอแชร์เทคนิคที่ใช้กับนักเรียนหลายร้อยคนและเห็นผลจริง

ตั้งเป้าหมายเล็ก ๆ ที่ทำได้ทุกวัน

อย่าคิดว่าจะเก่งภาษาอังกฤษภายใน 30 วัน เพราะนั่นเป็นความคาดหวังที่ unrealistic ให้เริ่มจากเป้าหมายที่จับต้องได้ เช่น วันนี้จะจำคำศัพท์ใหม่ 5 คำ หรือจะดูคลิปให้จบ 1 คลิปโดยไม่กดข้าม เมื่อทำได้แล้วค่อยเพิ่มความยากขึ้น

ใช้เทคนิค Shadowing

เทคนิคนี้คือการพูดตามเจ้าของภาษาแบบทันที โดยไม่ต้องรอให้จบประโยค แรก ๆ อาจจะรู้สึกอึดอัดเพราะพูดไม่ทัน แต่ถ้าทำเป็นประจำจะช่วยให้ลิ้นและสมองชินกับการออกเสียงที่ถูกต้อง เริ่มจากคลิปสั้น ๆ 1-2 นาที แล้วค่อยเพิ่มเวลา

จดบันทึกด้วยมือ

แม้จะฟังดูเชย แต่การจดคำศัพท์และประโยคตัวอย่างด้วยมือช่วยให้สมองจดจำได้ดีกว่าการพิมพ์ งานวิจัยจาก Princeton University ยืนยันว่านักเรียนที่จดบันทึกด้วยมือมีคะแนนสอบสูงกว่าผู้ที่ใช้คอมพิวเตอร์ถึง 30%

ฝึกทุกวันอย่างน้อย 15 นาที

ความสม่ำเสมอสำคัญกว่าปริมาณ การเรียนวันละ 15 นาทีทุกวันดีกว่าการเรียนครั้งละ 3 ชั่วโมงแต่วันเว้นวัน เพราะสมองของเราจะคุ้นเคยกับภาษาเมื่อได้เจอบ่อย ๆ เช่นเดียวกับการออกกำลังกาย

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยในผู้เรียนมือใหม่

จากประสบการณ์การสอน ผมพบว่าผู้เรียนที่เริ่มจากศูนย์มักทำผิดซ้ำ ๆ กันหลายข้อ ซึ่งถ้าปรับแก้ได้ตั้งแต่แรกจะช่วยให้การเรียนรู้เร็วขึ้นมาก

เน้นแต่ไวยากรณ์จนพูดไม่ได้

หลายคนเข้าใจผิดว่าถ้าเก่ง grammar แล้วจะพูดได้เอง ที่จริงแล้วไวยากรณ์เป็นเพียงเครื่องมือ ไม่ใช่เป้าหมาย การพูดผิดหลักภาษาในตอนเริ่มต้นเป็นเรื่องปกติ คนไทยส่วนใหญ่กลัวผิดจนไม่กล้าพูด ซึ่งเป็นอุปสรรคที่ใหญ่ที่สุดในการเรียนรู้ภาษา

ดูแต่คลิปที่ไม่เข้าใจเลย

บางคนเลือกดูช่องของเจ้าของภาษาตั้งแต่วันแรกเพราะคิดว่าจะช่วยให้ชินกับสำเนียง ที่จริงแล้วการฟังสิ่งที่เราไม่เข้าใจเลยเป็นเวลานานไม่ได้ช่วยอะไร นอกจากจะทำให้ท้อและเลิกเรียนกลางทาง ควรเริ่มจากช่องที่มีภาษาไทยอธิบายก่อน เช่น englishtop1-th.com ที่มีเนื้อหาออกแบบมาเฉพาะคนไทย

เรียนแบบไม่มีระบบ

วันนี้ดูคลิปเรื่องคำศัพท์ พรุ่งนี้ดูคลิปเรื่อง tenses วันต่อมาดูคลิปเรื่องการออกเสียง การเรียนแบบสุ่มแบบนี้ทำให้สมองไม่สามารถเชื่อมโยงความรู้เข้าด้วยกันได้ ควรมีแผนการเรียนที่ชัดเจน เช่น สัปดาห์นี้เน้นเรื่องการแนะนำตัวเอง สัปดาห์หน้าเน้นเรื่องการถามทาง

ไม่ฝึกพูดออกเสียง

การดูอย่างเดียวโดยไม่ฝึกพูดจะทำให้เรากลายเป็นผู้ฟังที่เก่งแต่พูดไม่ได้ ภาษาเป็นทักษะที่ต้องใช้กล้ามเนื้อปากและลิ้น การฝึกพูดออกเสียงแม้จะผิดบ้างก็ยังดีกว่าไม่พูดเลย

เปรียบเทียบการเรียนผ่าน YouTube กับวิธีอื่น

หลายคนอาจสงสัยว่าการเรียนผ่าน YouTube ดีกว่าการเรียนในโรงเรียนหรือคอร์สออนไลน์ที่มีค่าใช้จ่ายหรือไม่ คำตอบคือแล้วแต่เป้าหมายและงบประมาณของแต่ละคน

วิธีเรียน ข้อดี ข้อเสีย เหมาะกับใคร
YouTube ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย เลือกเวลาเรียนได้เอง มีเนื้อหาหลากหลาย ไม่มีระบบ ไม่มี feedback จากครู ต้องมีวินัยสูง คนที่มีวินัยสูงและงบจำกัด
คอร์สออนไลน์มีค่าใช้จ่าย มีโครงสร้างชัดเจน มีแบบฝึกหัด มีการวัดผล ต้องลงทุนเงิน อาจมีข้อจำกัดด้านเวลา คนที่ต้องการระบบและความชัดเจน
เรียนในโรงเรียนภาษา มีครูคอยแนะนำ มีเพื่อนร่วมเรียน ค่าใช้จ่ายสูง ต้องเดินทาง เวลาจำกัด คนที่ต้องการปฏิสัมพันธ์และการบังคับ
เรียนด้วยตัวเองจากหนังสือ ประหยัด ฝึกได้ทุกที่ ไม่ต้องใช้อินเทอร์เน็ต ไม่มีเสียง ไม่มีบริบท การออกเสียงอาจผิด คนที่ชอบอ่านและมีพื้นฐานบ้างแล้ว

จากตารางจะเห็นว่าการเรียนผ่าน YouTube มีข้อดีที่ชัดเจนในเรื่องความยืดหยุ่นและค่าใช้จ่าย แต่ก็มีข้อเสียที่ต้องมีวินัยสูงมาก สำหรับคนที่เริ่มจากศูนย์และไม่รู้จะเริ่มยังไง การใช้ YouTube ร่วมกับคอร์สที่มีโครงสร้างจะให้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด

วิธีเลือกช่อง YouTube ที่เหมาะกับตัวเอง

การเลือกช่องที่ใช่เปรียบเหมือนการหาเสื้อผ้าที่เหมาะกับตัวเอง ไม่ใช่ช่องดังทุกช่องจะเหมาะกับทุกคน มีหลักง่าย ๆ ที่ควรพิจารณา

ดูจากระดับภาษาที่ใช้ในคลิป

ก่อนจะ subscribe ช่องไหน ให้ลองดูคลิปสัก 2-3 คลิป ถ้าเราฟังแล้วไม่เข้าใจเลยแม้แต่ 10% แสดงว่าช่องนั้นยากเกินไปสำหรับตอนนี้ ให้หาใหม่ที่อธิบายด้วยภาษาไทยก่อน

ดูจากสไตล์การสอน

บางคนชอบครูที่พูดเร็วและสนุก บางคนชอบครูที่พูดช้าและละเอียด ไม่มีถูกหรือผิด ให้เลือกแบบที่เรารู้สึกว่าเรียนแล้วไม่เครียด ถ้ารู้สึกเบื่อหรือกดดันเมื่อดูคลิปของช่องไหน ให้เปลี่ยนช่องทันที

ดูจากความถี่ในการอัปโหลด

ช่องที่อัปโหลดสม่ำเสมอจะช่วยให้เรามีเนื้อหาใหม่ ๆ ให้เรียนรู้ตลอดเวลา ถ้าช่องไหนอัปโหลดเดือนละครั้งหรือนานกว่านั้น อาจไม่เหมาะสำหรับการเรียนต่อเนื่อง

ประสบการณ์จริงจากผู้เรียนที่เริ่มจากศูนย์

ผมมีนักเรียนคนหนึ่งชื่อคุณเอ (นามสมมุติ) อายุ 35 ปี ทำงานเป็นพนักงานบริษัท เธอไม่เคยเรียนภาษาอังกฤษมาก่อนเลยเพราะเรียนสายอาชีพมา ตอนแรกเธอบอกว่าฟังภาษาอังกฤษแล้วปวดหัว แต่หลังจากที่ผมแนะนำให้เริ่มจากช่องที่ใช้ภาษาไทยอธิบายและใช้เทคนิค Shadowing ทุกวัน วันละ 15 นาที ภายใน 3 เดือนเธอสามารถแนะนำตัวเองและตอบคำถามพื้นฐานเป็นภาษาอังกฤษได้ เธอบอกว่าความมั่นใจเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด และตอนนี้เธอกำลังเตรียมตัวสอบวัดระดับภาษาอังกฤษเพื่อขอเลื่อนตำแหน่ง

อีกกรณีคือคุณบี นักเรียนวัย 22 ปี ที่อยากเรียนภาษาอังกฤษเพื่อไปทำงานต่างประเทศ เขาเริ่มจากการดูคลิปของ English Top 1 และฝึกพูดตามทุกวัน หลังจาก 6 เดือน เขาสามารถพูดคุยกับชาวต่างชาติในที่ทำงานได้ โดยไม่ต้องใช้ล่ามช่วย เขาบอกว่าสิ่งที่ทำให้เขาประสบความสำเร็จคือการไม่กลัวผิดและฝึกทุกวันแม้จะเหนื่อย

ข้อมูลจาก Thailand Ministry of Education ในปี 2023 ระบุว่าผู้เรียนภาษาอังกฤษที่ใช้สื่อดิจิทัลเป็นหลักมีอัตราการผ่านการทดสอบมาตรฐานสูงกว่าผู้ที่เรียนจากห้องเรียนเพียงอย่างเดียวถึง 40% แสดงให้เห็นว่าการเลือกใช้เครื่องมือที่เหมาะสมมีผลต่อความสำเร็จในการเรียนรู้

คำแนะนำสำหรับคนที่อยากเริ่มเรียนวันนี้

ถ้าคุณกำลังอ่านบทความนี้และรู้สึกว่าอยากเริ่มเรียนภาษาอังกฤษแต่ไม่รู้จะเริ่มยังไง ผมขอให้คุณเริ่มจากสิ่งเหล่านี้

ขั้นแรก หาสมุดสักเล่มหนึ่งและปากกาหนึ่งด้าม เปิด YouTube แล้วค้นหาช่องที่เราแนะนำไว้ข้างต้น ดูคลิปแรกที่เจอแล้วลองจดคำศัพท์ที่คุณไม่รู้ 5 คำ พร้อมประโยคตัวอย่าง

ขั้นที่สอง ตั้งเวลาวันละ 15 นาทีสำหรับการเรียนภาษาอังกฤษ โดยไม่ต้องมากกว่านี้ เพราะการตั้งเป้าหมายที่เล็กเกินไปดีกว่าตั้งเป้าหมายที่ใหญ่เกินไปแล้วทำไม่ได้

ขั้นที่สาม หาเพื่อนร่วมเรียนหรือหาคนที่สามารถพูดภาษาอังกฤษด้วยได้ อาจจะเป็นเพื่อนในที่ทำงานหรือในชุมชนออนไลน์ การมีคนคอยซัพพอร์ตจะช่วยให้คุณไม่รู้สึกโดดเดี่ยว

สุดท้าย อย่ากดดันตัวเองมากเกินไป ภาษาเป็นทักษะที่ต้องใช้เวลา ผิดวันนี้พรุ่งนี้แก้ได้ ขอแค่ไม่หยุดเรียนรู้

FAQ คำถามที่พบบ่อย

เรียนภาษาอังกฤษจาก YouTube ฟรีได้จริงหรือไม่

ได้จริง ถ้ามีวินัยและเลือกช่องที่เหมาะสมกับระดับของตัวเอง แต่ควรตั้งเป้าหมายที่ชัดเจนและฝึกทุกวันอย่างสม่ำเสมอ

ต้องใช้เวลานานแค่ไหนถึงจะพูดภาษาอังกฤษได้

ขึ้นอยู่กับพื้นฐานและความสม่ำเสมอในการฝึก โดยเฉลี่ยคนที่ไม่มีพื้นฐานเลยจะเริ่มพูดประโยคง่าย ๆ ได้ภายใน 3-6 เดือน ถ้าฝึกทุกวัน

ช่องไหนเหมาะกับคนที่เริ่มจากศูนย์มากที่สุด

ช่องที่ใช้ภาษาไทยอธิบาย เช่น English Top 1 หรือ Kru Wha English เป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดสำหรับผู้เริ่มต้น เพราะเข้าใจง่ายและไม่กดดัน

ควรเรียนวันละกี่นาทีถึงจะเห็นผล

วันละ 15-20 นาทีก็เพียงพอแล้วสำหรับผู้เริ่มต้น สิ่งสำคัญคือความสม่ำเสมอมากกว่าปริมาณ

จำเป็นต้องเรียนไวยากรณ์ก่อนหรือไม่

ไม่จำเป็น ควรเริ่มจากการฟังและพูดก่อน แล้วค่อยเรียนรู้ไวยากรณ์ทีหลัง การพูดผิดในตอนเริ่มต้นเป็นเรื่องปกติ

มีคอร์สเรียนออนไลน์ที่แนะนำสำหรับคนไทยหรือไม่

มีหลายที่ แต่ที่ผ่านมานักเรียนของผมให้ผลตอบรับดีกับคอร์สของ englishtop1-th.com เพราะออกแบบมาเฉพาะคนไทยที่ไม่มีพื้นฐานโดยเฉพาะ

ลงทะเบียนทดลองเรียนฟรี

There was an error trying to submit your form. Please try again.

This field is required.
ต้องกรอกข้อมูลในช่องนี้
ต้องกรอกข้อมูลในช่องนี้
เลือกคอร์ส *
ต้องกรอกข้อมูลในช่องนี้

There was an error trying to submit your form. Please try again.

เรียนภาษาอังกฤษตัวต่อตัวกับครูต่างชาติ พัฒนาทักษะการพูดและความมั่นใจผ่านการเรียนออนไลน์ เหมาะสำหรับทุกระดับ เริ่มเรียนได้ทันที

No Result
View All Result
  • Home